“หนูเชื่อหนึ่งอย่างคือเวลาเราจะเรียนรู้อะไร สิ่งที่เป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุดไม่ได้มาจากการนั่งฟัง แต่มาจากการที่เราได้ลงมือทําจริงๆ” – โบกี้ ธนภร พิมพการัง ผู้ริเริ่มโครงการ Mini Hackathon by JWC13

ในโลกของการเรียนรู้และการเติบโต ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีเส้นทางที่แน่นอน และบางครั้งสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็เกิดจากคำพูดหนึ่งประโยค การยื่นโอกาสหนึ่งครั้ง หรือการพบกันในเวลาที่พอดีที่สุด — เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในกิจกรรม Mini Hackathon by JWC ที่ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสร้างสรรค์ไอเดียเท่านั้น แต่มันคือพื้นที่ของหัวใจ พลังของการลงมือ และแรงศรัทธาที่ผลักดันให้หลายชีวิตเดินหน้าได้อย่างงดงาม
จุดเริ่มต้นของงานนี้ไม่ได้เริ่มจากการวางแผนยิ่งใหญ่จากองค์กรใด แต่มาจากความฝันของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่แม้ยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ในการเข้าค่าย YWC แต่เธอไม่หยุดฝัน และไม่หยุดสร้างทางให้ตัวเองเดิน






“ตอนแรกพี่เติ้ลเขาทักมา หนูอยากเข้าค่าย YWC มากแต่ติดที่อายุไม่ถึง แต่พี่เติ้ลบอกว่า งั้นทำ Hackathon ของตัวเองเลยสิ หนูปิ๊งเลยค่ะ” โบกี้เล่าด้วยแววตาที่เปล่งประกายถึงวันเริ่มต้น ที่เธอเชื่อมั่นว่า หากไม่มีพื้นที่ให้เข้าไป ก็ขอสร้างพื้นที่ขึ้นมาเอง

แต่สิ่งที่ทำให้งานนี้ไม่ธรรมดา คือการที่เธอไม่ได้เดินคนเดียว คนในชุมชน JWC ต่างเข้ามาอย่างเต็มใจและ “ทักเข้ามาเอง” เพื่อขอร่วมสร้างความฝันนี้ให้เป็นจริง
“มันไม่มีสักครั้งที่หนูต้องทักไปขอใครเลย ทุกคนเข้ามาทักว่า ‘กี้ พี่ช่วยอะไรได้บ้าง’ หนูเชื่อว่านี่คือ Dream Team จริง ๆ”
เริ่มจากทีมเล็ก ๆ เพียง 6 คน ค่อย ๆ เติบโตกลายเป็นทีมจัดงานที่แข็งแกร่ง เข้าประชุมทุกคืน ลงมือทำจริง คุยกับบริษัทจริง หาสปอนเซอร์จริง และผ่านเวิร์กชอปมาด้วยกันในทุกมิติ ไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วมที่ได้เรียนรู้ แต่ทีม staff เองก็ได้ลงมือจริงในทุกกระบวนการ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า อายุไม่เคยเป็นข้อจำกัดของ “ความฝัน” หากแต่คือความกล้า ความจริงใจ และการทำงานเป็นทีม

“หนูเป็น staff ที่อายุน้อยที่สุดในทีม แต่ในงานนี้เราไม่มีตำแหน่งพี่หรือน้อง ทุกคนคือเพื่อนร่วมภารกิจที่พร้อมเดินไปด้วยกัน”
ในมุมหนึ่ง Mini Hackathon อาจเป็นแค่กิจกรรม hackathon ทั่วไป แต่สำหรับน้อง ๆ ที่มาร่วมจากทั่วประเทศ — เหนือ ใต้ อีสาน — มันคือเวทีแรกที่เขาได้ลอง ได้พัฒนา และได้ปล่อยศักยภาพที่ไม่มีใครเคยให้โอกาสมาก่อน
“หลายคนบอกว่า นี่คือ Hackathon ครั้งแรกของเขา แล้วเขากลับไปเล่าให้เพื่อนฟังว่า Hackathon ครั้งแรกในชีวิตเกิดขึ้นที่นี่ มันเติมเต็มหัวใจหนูมากค่ะ”
ไม่ใช่แค่กิจกรรมในวันจัดงานเท่านั้นที่น่าประทับใจ แต่ยังมีเรื่องราวที่เกิดขึ้น “นอกรอบ” อย่างเช่น staff คนหนึ่งที่สอนน้องเรื่องคอมพิวเตอร์จนถึงตี 5, การพูดคุยผ่าน Discord ที่กลายเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนไอเดีย ความฝัน และกำลังใจ
กี้ยังเล่าอย่างภาคภูมิใจถึงหลักคิดสำคัญที่เธอใช้เป็นคติประจำใจในการใช้ชีวิต และสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงาน
“เสียใจดีกว่าเสียดาย” เพราะความเสียใจมันคือความรู้สึก ณ ขณะหนึ่งที่เราอาจแก้ไขได้ แต่เสียดายคือเวลาที่เราไม่มีวันย้อนกลับไปเปลี่ยนได้อีก

คำพูดนี้มาจากแม่ของเธอ ผู้ที่เดินทางไปกลับเชียงราย-เชียงใหม่ทุกวันเพื่อทำงาน แม่ที่ไม่เคยปล่อยให้วันหนึ่งผ่านไปโดยไม่สื่อสารความรัก ความห่วงใย หรือคำสอนต่าง ๆ ให้กับลูกสาวอย่างครบถ้วน
“แม่สอนหนูเสมอว่า ทุกอย่างต้องพูดไว้ให้หมด เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หนูเลยทำทุกอย่างแบบไม่ให้ตัวเองต้องเสียดายทีหลังเลยค่ะ”

งาน Mini Hackathon นี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีของเด็กสายเทค แต่ยังเปิดกว้างให้กับผู้ที่สนใจจากหลากหลายภูมิหลัง และอาจจะต่อยอดไปสู่กิจกรรมแนว public speaking หรือเวทีพัฒนาทักษะอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากโอกาสเดียว — โอกาสจากพี่ ๆ ไทยคม ที่มอบแรงบันดาลใจและพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้ก้าวข้ามขีดจำกัด
“ถ้าไม่มีโพสต์ของไทยคม หนูก็คงไม่มีวันนี้ ไม่มีโครงการนี้ ไม่มีถุงผ้า Mini Hack ไม่มีสติกเกอร์ Mini Hack ไม่มีอะไรเลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะสำหรับโอกาสที่ทำให้เด็กเชียงรายคนนี้ได้ลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อใครหลายคน”
และสุดท้าย เธอยืนยันว่า กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวันนี้ แต่มันคือการส่งต่อพลังต่อไป
“หนูจะส่งต่อโอกาสทุกอย่างที่หนูได้รับ ให้กับน้อง ๆ คนอื่นต่อ ๆ ไปแน่นอนค่ะ”
