“ชีวิตผู้ป่วยโรคสโตรค ขึ้นอยู่กับเวลาในการรักษา”‘ Siriraj Mobile Stroke Unit’ รถรักษาเคลื่อนที่จากศิริราช ที่ริเริ่มจากการมองเห็นปัญหาของ ‘เวลา’ ในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง
เพราะทุกวินาทีคือชีวิต เราทุกคนต่างรู้กันดีว่า ‘เวลา’ คือสิ่งมีค่ามากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องพลาดหรือเสียอะไรสักอย่างไป โดยที่ไม่ทันตั้งตัวและเตรียมใจ แค่เพียงเสี้ยววินาทีก็อาจเปลี่ยนโลกทั้งใบไปได้

สำหรับ ‘ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke)’ เองก็เช่นกัน ด้วยอาการที่เกิดขึ้นแบบรวดเร็วทันทีทันใด สัญญาณไม่ได้เตือนล่วงหน้านานมากนัก อายุของผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ดูจะเป็นวัยกลางคนตอนปลายหรือผู้สูงอายุ เหล่านั้นอาจทำให้เรามองข้ามอันตรายของโรคนี้ไป และอาจมารู้ตัวอีกทีเมื่อสายเกินไปและส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง




โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาที่สำคัญในปัจจุบัน ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช อ้างอิงข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ระบุว่า “มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในแต่ละปีสูงถึง 15 ล้านคนต่อปี หนึ่งในสามของผู้ป่วยดังกล่าวจะเสียชีวิต ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของสาเหตุการตายทั้งหมด นอกจากนั้นผู้ป่วยที่รอดชีวิตส่วนใหญ่ก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะทุพพลภาพเรื้อรัง” ซึ่งสำหรับประเทศไทยเองก็พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองถึง 1.88 คนต่อ 100 คน โดยเฉพาะในประชากรอายุ 45-80 ปี และภาระโรคจากปัญหาหลอดเลือดสมองสูงเป็นอันดับ 1 ในเพศหญิง และเป็นอันดับ 4 ในเพศชาย เมื่อคำนวณด้วยดัชนีปีสุขภาวะที่ปรับด้วยความบกพร่องทางสุขภาพหรือการสูญเสียปีสุขภาวะ (Disability Adjusted Life years: DALYs) ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคตตามจำนวนผู้สูงอายุที่มากขึ้น หากแต่การรักษาอาจยังไม่ทั่วถึงและทันท่วงทีมากพอ
อย่างโรงพยาบาลศิริราชในอดีตเอง ก็มีผู้ป่วยโรคนี้ที่ได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยในประมาณ 800-1,100 คนต่อปี ซึ่งร้อยละ 60 ของจำนวนนี้จะได้รับการดูแลในหอผู้ป่วยในโรคหลอดเลือดสมองโดยตรง แต่ที่เหลือจะกระจายอยู่ตามหอผู้ป่วยต่างๆ ซึ่งอาจทำให้มีความแตกต่างกันในเรื่องของคุณภาพการรักษาและการประสานงานอย่างต่อเนื่องจากหน่วยต่างๆ โดยคิดไม่เป็นจำนวนไม่น้อยเพราะมีจำนวนถึงร้อยละ 40 จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด




ด้วย pain point เช่นนี้ บวกกับความก้าวหน้าทางวิทยาการด้านโรคสโตรคที่มีมากขึ้น ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช (Siriraj Stroke Center) จึงได้พัฒนาการระบบการรักษาโรคหลอดเลือดสมองผ่านช่องทางเร่งด่วน (acute stroke fast track) ซึ่งหมายถึง “การพัฒนาระบบการรักส่งผู้ป่วยในระยะเฉียบพลัน” ที่จะทำงานในขอบเขตงานตั้งแต่ การรับส่งผู้ป่วย การพัฒนาคุณภาพในการดูแลผู้ป่วย การพัฒนาระบบเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วย ฯลฯ โดยคำนึงถึง ‘ความรวดเร็ว’ และ ‘การทำงานเชิงรุก’ เพื่อผู้ป่วยได้เข้าถึงการแพทย์อย่างทันท่วงทีและมีคุณภาพมากที่สุด อีกทั้งยังต่อยอดเผยแพร่แนวทางความรู้ในการปฏิบัติตัวเบื้องต้น หรือไปถึงการพัฒนางานวิจัย การเรียนการสอน และองค์ความรู้เฉพาะด้านเกี่ยวกับโรคสโตรคต่อๆ ไป
ด้วยดังที่กล่าวไปข้างต้นนั้น จึงเกิดเป็นรถ ‘Siriraj Mobile Stroke Unit’ รถรักษาโรคหลอดเลือดสมองอย่างเร่งด่วนแบบเคลื่อนที่ ที่จะทำงานด้วย ‘ความเร็ว’ และ ‘การทำงานเชิงรุก’ ที่เข้าหาผู้ป่วยที่มีอาการของโรคสโตรคอย่างเฉียบพลัน (หน้าเบี้ยว อ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด) และทำการรักษาในรถพยาบาลดังกล่าวโดยไม่ต้องผ่านห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล อาจกล่าวได้ว่ารถเหล่านี้เป็นโรงพยาบาลเคลื่อนที่ก็ไม่ผิดนัก เพราะว่าบนนั้นมีการทำงานเป็นกะ มีบุคลาการผู้เชี่ยวชาญมากมาย ทั้งแพทย์ พยาบาล นักรังสีเทคนิค และผู้จัดการรายกรณี (case manager) ที่ดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ แพทย์และทีมแพทย์ที่พร้อมปฏิบัติการตั้งแต่ ‘สแกน รักษา ส่งต่อ ครบจบในที่เดียว’ จากการให้ยาสลายลิ่มเลือดซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญภายใน 4 ชั่วโมงครึ่งหลังมีอาการ และทำการเปิดหลอดเลือดในกรณีจำเป็น ผ่านการนำเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ติดตั้งไว้บนรถจึงทำให้สามารถสแกนสมองผู้ป่วยร่วมกันกับการใช้ระบบปรึกษาทางไกลผ่านโครงข่ายไร้สายความเร็วสูง เพื่อสื่อสารกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการให้ยาสลายลิ่มเลือดได้อย่างทันท่วงที ซึ่งด้วยความสามารถของรถที่สามารถให้การรักษาได้อย่างครบขั้นตอน และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วย เพราะชีวิตผู้ป่วยโรคสโตรค ขึ้นอยู่กับ ‘เวลา’ ในการรักษา ทำให้อันตราการเสียชีวิต พิการ ความสูญเสีย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ถูกลดลงไปในระยะยาวได้




อาจกล่าวได้ว่ารถสโตรคยูนิตนี้คือ “ความโชคดีและวีไอพีที่จับต้องได้สำหรับคนไข้ทุกคน” ก็ไม่ผิดนัก ด้วยรถพระราชทานที่พร้อมให้บริการจากโรงพยาบาลศิริราช บวกด้วยแพทย์และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างครบครันพร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยทุกคนด้วยมาตรการเชิงรุก ซึ่งมาตรฐานเวลาอยู่ที่ภายใน 270 นาที และยิ่งหากพบอาการเร็วก็จะยิ่งได้รับการวินิจฉัยได้เร็ว และจะยิ่งมีโอกาสหายจากโรคมากขึ้น
ณ ปัจจุบันนี้ ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดทําโครงการโมบายสโตรคยูนิตเชื่อมต่อกับระบบปรึกษาทางไกลและการส่งต่อผู้ป่วยแบบครบวงจรสําหรับทุกคน (Mobile Stroke Unit, TeleConsultation and Patient Transfer; A One-Stop Service for All) โดยที่ปัจจุบันมีรถโมบายล์สโตรคทั้งหมด 6 คัน และมีพื้นที่ให้บริการคือ โรงพยาบาลศิริราช, กรุงเทพมหานคร 15 เขตในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา (เขตทวีวัฒนา, หนองแขม, บางบอน, บางแค, ภาษีเจริญ, จอมทอง, บางกอกน้อย, บางกอกใหญ่, ธนบุรี, ตลิ่งชัน, บางพลัด, คลองสาน, ทุ่งครุ, ราษฎร์บูรณะ และบางขุนเทียน) จังหวัดนนทบุรี 6 อำเภอ (อำเภอไทรน้อย, บางบัวทอง, บางใหญ่, ปากเกร็ด, บางกรวย และอำเภอเมือง) และรถอีก 6 คันที่กระจายตัวอยู่ตามโรงพยาบาลพระบาทสมเด็จพระยุพราช (รพร.) คือโรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่กระจายอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ
อีกทั้งรถโมบายสโตรคยูนิตนี้ยังเคยได้รับรางวัล ‘Gold Medal Award’ (รางวัลเหรียญทอง ด้านผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม) และรางวัล ‘World Champion Innovation’ (รางวัลนวัตกรรมชนะเลิศระดับโลก) จากงาน WorldInvent Singapore 22+23 (WoSG) ซึ่งถือเป็นงานนวัตกรรมระดับโลกอีกด้วย ยิ่งตอกย้ำการยกระดับการรักษาโรคสโตรคในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ มูลนิธิไทยคม (Thaicom Foundation) เองก็เล็งเห็นความสำคัญของรถโมบายล์สโตรคยูนิต ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการข่วยชีวิตผู้ป่วยโรคสโตรค ดังนั้นเองจึงได้มอบรถโมบายล์สโตรคยูนิตทั้ง 2 คันเพื่อสร้างประโยชน์ให้ประชาชนและสังคมต่อๆ ไป





อย่างไรก็ตามสำคัญที่สุดคือ หากพบเห็นบุคคลที่มีอาการของโรคสโตรค (หน้าเบี้ยว อ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด) สามารถโทรสายด่วนรถรักษาได้ทางเบอร์ 1669 (ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง)
อ้างอิง :
- Siriraj Stroke Center : https://www.sirirajstrokecenter.org/about
- Siriraj Stroke Center : https://www.sirirajstrokecenter.org/2021/5029.html
- Siriraj Stroke Center : https://www.sirirajstrokecenter.org/2021/5034.html
- Mahidol University sustainability : https://sustainability.mahidol.ac.th/th/case-study/SDGs/detail/128
- Thaicom Foundation: https://thaicomfoundation.org/1-year-siriraj-mobile-stroke-unit/
