เมื่อ ‘ความไว้วางใจ’ คือเส้นเลือดใหญ่ของการทำธุรกิจ

บทสนทนากับคุณพิษณุ เดชสง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์ต้นทุน และห่วงโซ่อุปทาน และรักษาการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานจัดซื้อ ผู้ดูแลงานบริหารคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทาน SC Asset

เมื่อพูดถึง ‘Supply Chain’ หลายคนอาจนึกถึงตัวเลข ตาราง หรือเส้นทางขนส่งที่ซับซ้อน แต่สำหรับ คุณพิษณุ เดชสง หรือ ‘พี่เอส’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์ต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน และรักษาการผู้อำนวยการอาวุโสสายงานจัดซื้อ บริษัท SC Asset

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ระบบหลังบ้าน หากเปรียบองค์กรเป็นร่างกาย มันคือ ‘เส้นเลือด’ ที่หล่อเลี้ยงให้ทุกส่วนเดินไปด้วยกัน และสิ่งที่ทำให้เลือดไหลเวียนได้จริง ไม่ใช่กำไร แต่คือ ‘ความเชื่อใจ’ ที่ผู้คนมีให้กัน ตั้งแต่คู่ค้า ลูกค้า ไปจนถึงสังคมรอบตัว ในโครงการ Dreamable ของมูลนิธิไทยคม เราเชื่อว่าความฝันไม่ได้เป็นเพียงภาพสวยงามในหัวของเด็กๆ แต่สามารถเติบโตเป็น ‘ความจริง’ ได้ หากมีพื้นที่และโอกาสให้ลองเรียนรู้ การได้พูดคุยกับพี่เอส จึงไม่ใช่เพียงบทเรียนธุรกิจ แต่คือการมองเห็นว่า ‘ความยั่งยืน’ สามารถเริ่มต้นได้ แม่ในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน

Supply Chain : เส้นเลือดใหญ่ขององค์กร

“ถ้าเปรียบร่างกายคือองค์กร เลือดก็คือ Supply Chain” พี่เอสเริ่มอธิบาย “เลือดที่ดีทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่ถ้าเลือดเสีย ทุกอย่างก็แย่ลง ธุรกิจก็เหมือนกัน”

‘ห่วงโซ่อุปทาน’ (Supply Chain) อาจฟังดูไกลตัวสำหรับเด็กมัธยม แต่จริงๆ แล้วมันอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน ตั้งแต่ข้าวกล่องมินิมาร์ต เสื้อผ้าที่ใส่ ไปจนถึงสมาร์ตโฟนที่ถืออยู่ เพราะทุกสิ่งที่มาถึงมือเรา เกิดจากเส้นทางยาวไกลที่เต็มไปด้วย ผู้คน วัตถุดิบ ข้อมูล และ ‘การจัดการ’

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่าง SC Asset เรื่องนี้ยิ่งท้าทายขึ้นไปอีก เพราะ ‘บ้าน’ ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตในหนึ่งวัน แต่มันคือการผูกพันกับชีวิตของคนในระยะยาว “เราต้องมั่นใจว่าทุกวัสดุที่เลือกใช้ ผ่านกระบวนการที่โปร่งใส ปลอดภัย มีคุณภาพ และสามารถส่งมอบได้ตรงเวลา” คุณพิษณุเล่า เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำว่า ‘ต้นทุน’ หรือ ‘กำไร’ คือ ความพยายามประสานงานระหว่างคู่ค้า พนักงาน และชุมชนจำนวนมหาศาล หากซัพพลายเชนสะดุดลงแม้เพียงเล็กน้อย ผลกระทบย่อมขยายไปไกลกว่าที่คิด

Shared Value : คุณค่าที่มากกว่าแค่กำไร

“สมัยก่อนอาจจะมองว่าธุรกิจคือการซื้อของมาขายไป แต่วันนี้ไม่พอแล้ว เพราะการทำธุรกิจต้องสร้าง คุณค่า (Value) ไปพร้อมๆ กัน” เขาอธิบายให้เห็นภาพว่า การก่อสร้างอาคารหรือโครงการหนึ่งๆ ไม่ได้ส่งผลแค่กับผู้ซื้อบ้าน แต่ยังเกี่ยวพันกับคู่ค้าที่เป็นผู้ผลิตวัสดุ พนักงานก่อสร้าง และคนในชุมชนโดยรอบ

“ถ้าเราคิดแค่เรื่องกำไร เราอาจจะได้อาคารหนึ่งหลัง แต่ถ้าเราคิดเรื่อง Value เราจะได้ทั้งอาคาร ชุมชนที่แข็งแรง และความเชื่อมั่นที่จะอยู่กับเราต่อไปในอนาคต”

คุณพิษณุเปรียบว่า “ธุรกิจที่เติบโตก็เหมือนต้นไม้ใหญ่” ไม่ใช่เพียงมีลำต้นที่มั่นคง แต่ต้องแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นร่มเงาให้กับผู้อื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้าที่ได้โอกาสพัฒนาไปพร้อมกัน ลูกค้าที่ได้รับประสบการณ์ที่ดี หรือชุมชนที่รู้สึกถึงการมีส่วนร่วม

“ถ้าเราไม่คิดถึงคนอื่น ธุรกิจอาจโตได้ แต่โตแบบไม่ยั่งยืน”

Trust : คำสั้นๆ ที่สร้างยาก แต่อาจสำคัญที่สุด

ในบรรดาคำมากมายที่ใช้ในการทำธุรกิจ คุณพิษณุบอกว่า ‘Trust’ หรือ ‘ความเชื่อใจ’ คือหัวใจสำคัญที่สุด “ทุกอย่างเริ่มได้เพราะความไว้วางใจ ถ้าเราไม่มี Trust คู่ค้าก็ไม่อยากทำงานกับเรา ลูกค้าก็ไม่มั่นใจจะซื้อเรา” ความน่าสนใจคือ Trust ไม่ใช่สิ่งที่ซื้อได้ แต่ต้องใช้เวลาและความจริงใจสร้างขึ้นมา การทำงานแบบโปร่งใส มี Commitment ที่ชัดเจน และไม่ทอดทิ้งพันธมิตรเมื่อเกิดปัญหา คือสิ่งที่หล่อหลอมความเชื่อใจให้แข็งแรงขึ้น

“ธุรกิจวันนี้ไม่ใช่เรื่องของการโตคนเดียว แต่เป็นการโตไปด้วยกัน ถ้าเรามี Trust ต่อกัน คู่ค้าจะไม่เพียงมองว่าเราคือบริษัท แต่จะมองว่าเราเป็นพันธมิตรที่เดินไปในเส้นทางเดียวกัน”

เมื่อเราถามต่อถึงการเจอเด็กๆ จากงาน Dreamable คุณพิษณุหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “น้อง ม.5 ยกมือถามเรื่องซัพพลายเชนแบบเจาะลึกเลยนะ ตอนเราอายุเท่านั้นยังนึกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าซัพพลายเชนคืออะไร”

สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจคือ “เด็กยุคนี้มีความรู้รอบด้านมากกว่าที่คิด เขาเชื่อมโยงข้อมูลได้ไว รู้จักตั้งคำถาม และไม่กลัวที่จะถามสิ่งที่ไม่เข้าใจ” คุณพิษณุย้ำว่า บทบาทของเมนเทอร์ไม่ใช่การป้อนคำตอบ แต่คือการ เปิด Mindset ให้เด็กๆ เห็นภาพกว้างๆ ว่า โลกธุรกิจทำงานอย่างไร จากนั้นเด็กๆ ก็จะไปหาวิธีการต่อเองได้หมด และเขาเชื่อว่า จุดแข็งของเด็กรุ่นใหม่คือการกล้าคิด กล้าถาม และกล้าลองผิดลองถูก ซึ่งทั้งหมดนี้คือทักษะสำคัญในการสร้างเส้นทางชีวิตในอนาคต

เมื่อบทสนทนาจบลง เราพบว่าสิ่งที่พี่เอสพูดถึงไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือ ‘ชีวิต’ เพราะธุรกิจอาจต้องอาศัยกำไรจึงอยู่ได้ แต่ความหมายแท้จริงกลับอยู่ที่การสร้างคุณค่า การไว้ใจกัน และการเติบโตไปพร้อมกัน เหมือนกับน้องๆ Dreamable ที่กำลังออกเดินทางตามหาความฝันของตัวเอง วันหนึ่งพวกเขาอาจค้นพบว่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างธุรกิจหรือการสร้างฝัน เส้นทางที่มั่นคงที่สุด เริ่มต้นจากหัวใจเดียวกัน ซึ่งก็คือ ‘การมองเห็นผู้อื่น’ และ ‘การเชื่อมั่นในคุณค่า’ ของกันและกัน